พาตาโกเนีย ดินแดนสวรรค์ทุ่งธารน้ำแข็งแห่งอเมริกาใต้

พาตาโกเนีย ทวีปอเมริกาใต้ ส่วนใหญ่มีธรรมชาติที่มากมายแน่นอนว่าแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงาม

อย่างเช่น พาตาโกเนีย เป็นชื่อของภูมิภาคหนึ่งตั้งอยู่ทางใต้สุดของทวีปอเมริกาใต้ครอบคลุม

พื้นที่ของประเทศอาร์เจนตินาและชิลีมรพื้นที่เริ่มต้นจากเทือกเขาแอนดีสจรดกับมหาสมุทร

แปซิฟิกตอนใต้ และมีแม่น้ำโคโลราโดไหลผ่านไปจรดกับมหาสมุทรแอตแลนติกใต้อีกทอดหนึ่ง

พาตาโกเนียจัดว่าเป็นดินแดนที่สวยงามอย่างมากพื้นที่ของภูมิประเทศมีลักษณะคล้ายกับอลา

สก้าหรือพื้นที่ราบตอนเหนือของยุโรป คำว่าพาตาโกเนียเป็นชื่อตั้งมาจากชนเผ่าพื้นเมืองชาวปา

ตากอน ตั้งโดยคณะเดินทางที่สำรวจพื้นที่ของอเมริกาใต้ตอนใต้สุด พาตาโกเนียมีภูมิประเทศ

แบบเทือกเขาสูง ทะเลสาบน้ำแข็ง พื้นที่ราบเชิงเขาและชายฝั่งของทะเลตอนใต้ซึ่งมีต้นไม้และ

พื้นเขตหนาวขึ้นจำนวนมาก นอกจากนี้บางช่วงยังมีธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ซึ่งขึ้นอยู่อย่างเป็นทุ่ง

กว้างใหญ่มากนับว่าเป็นดินแดนสวรรค์แห่งอเมริกาใต้ซึ่งประกอบด้วยธรรมชาติที่หลากหลายซึ่ง

เป็นที่ชื่นชอบของนักผจญภัยที่มายังดินแดนแห่งนี้ พาตาโกเนียมีพื้นที่ราว 1.43 ล้านตาราง

กิโลเมตรมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญมากมายไม่ว่าจะเป็น ธารน้ำแข็งเปอริโต โมเร

โน เป็นธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ซึ่งมีความอลังการอย่างมากโดยจัดว่าเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่เป็น

อันดับ 3 ของโลกเลยทีเดียวก้อนน้ำแข็งมหึมานี้มีขนาด 30 กิโลเมตร สูง 60 เมตรและมีเนื้อที่

น้ำแข็งอยู่ใต้น้ำอีกกว่า 100 เมตร ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถชมได้ในระยะใกล้ นอกจากความงาม

ของธารน้ำแข็งนี้แล้วยังมีกิจกรรมอีกเช่น การชมธารน้ำแข็งละลายในช่วงฤดูร้อนซึ่งก้อนน้ำแข็ง

จะถล่มลงทะเลจะเกิดคลื่นขนาดใหญ่สร้างความตื่นเต้นไม่น้อย

พาตาโกเนีย

พาตาโกเนีย

นอกจากตื่นตื่นใจจากธารน้ำแข็งขนาดใหญ่แล้ว ภูมิภาคของพาตาโกเนียก็ไม่ได้ประกอบด้วย

ทุ่งน้ำแข็งเสมอไปบางแห่งของพาตาโกเนียอย่างประกอบด้วยพื้นที่ราบเขตหนาวอบอุ่นซึ่งมี

ธรรมชาติของป่าไม้และพรรณไม้ที่สวยงามโดยพื้นที่ป่าส่วนใหญ่จะเป็นป่าไม้สนเขตหนาว

อบอุ่นบางพื้นที่มีทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ บริเวณเทือกเขาแอนดีสมีทะลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่มีน้ำ

ใสสีน้ำเงินสวยงามมาก กิจกรรมอย่างหนึ่งของนักท่องเที่ยวคือการล่องเรือชมธรรมชาติและสัตว์

ป่า รวมถึงชมวิถีชีวิตของแมวน้ำ ฝูงนกเพนกวินริมทะเลสาบกูเตียเรซทะเลสาบที่มีความสวยงาม

อันดับต้นๆของทวีปอเมริกาซึ่งมีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาชมความงามและสูดอากาศอัน

บริสุทธิ์ริมทะเลสาบเยี่ยมชมดอกไม้เมืองหนาว และจุดเด่นของทะเลสาบแห่งนี้คือมีเกาะเล็กๆ

กลางทะเลสาบซึ่งมีลักษณะเป็นเกาะรูปหัวใจซึ่งนับว่ามีความสวยงามตามที่ธรรมชาติสร้างสรรค์

ขึ้นมาให้เราได้เยี่ยมชม

แม่น้ำอเมซอน แม่น้ำที่หล่อเลี้ยงประชาชนของทวีปอเมริกาใต้

แม่น้ำอเมซอน เป็นชื่อของแม่น้ำที่ยาวที่สุดในทวีปอเมริกาใต้และมีความยาวเป็นอันดับสองของ

โลกมีความยาว 6,250 กิโลเมตรรองจากแม่น้ำไนล์ ในทวีปแอฟริกา นอกจากความยาวเป็น

อันดับสองแล้วแม่น้ำอเมซอนยังมีปากแม่น้ำที่กว้างที่สุดในโลกด้วยโดยมีความกว้างประมาณ

320 กิโลเมตร แม่น้ำอเมซอนมีถิ่นกำเนิดจากประเทศเปรูซึ่งน้ำไหลมาจากเทือกเขาแอนดีส

โดยแม่น้ำครอบคลุมพื้นที่ 4 ประเทศของอเมริกาใต้ ได้แก่ บราซิล, เปรู, โบลิเวีย, โคลัมเบีย ซึ่ง

น้ำมีปริมาณน้ำหลายล้านลูกบาศก์เมตร แม่น้ำอเมซอนจัดว่าเป็นแม่น้ำที่มีปริมาณน้ำตลอดปีทั้ง

น้ำจากฝนตกจากพายุเขตร้อนและน้ำจากเทือกเขาแอนดีส ทำให้แม่น้ำอเมซอนเป็นแม่น้ำที่มี

ปริมาณมากที่สุดในโลก โดยปริมาณน้ำไหลออกไปยังมหาสมุทรแอตแลนติกราว 45 – 50 ล้าน

แกลลอนต่อวินาทีในช่วงฤดูฝนนับว่าเป็นปริมาณน้ำที่มหาศาลมาก แม่น้ำอเมซอนนั้นมีความ

แม่น้ำอเมซอน

แม่น้ำอเมซอน

สำคัญต่อระบบนิเวศอย่างมากเป็นแม่น้ำสายสำคัญของพื้นที่ทวีปอเมริกาใต้ที่หล่อเลี้ยงทุกชีวิต

ในเขตลุ่มน้ำ แม่น้ำไหลผาดผ่านพื้นที่ของป่าอเมซอนที่ค่อนข้างสมบูรณ์อย่างมาก นอกจากนี้

แล้วแม่น้ำอเมซอนนั้นยังมีส่วนของแม่น้ำสาขาหลายสายที่ไหลแยกออกจากตัวของแม่น้ำหลาก

และคดเคี้ยวไปตามพื้นที่ป่าอเมซอนที่กว้างใหญ่ ซึ่งถ้าหากว่ามองจากมุมสูงจะเห็นว่าป่าอเม

ซอนรายล้อมไปด้วยแม่น้ำอเมซอนมองดูเหมือนป่ากำลังลอยอยู่เหนือน้ำ แม่น้ำอเมซอนมีความ

ยาวมากซึ่งในปัจจบันยังไม่มีการสำรวจได้ทั่วถึงและแม่น้ำยังเป็นที่อาศัยของสัตว์น้ำที่มีความ

หลากหลายมากที่สุดในโลกซึ่งกว่า 3,000 สายพันธุ์อาศัยอยู่ในแม่น้ำแห่งนี้ แม่น้ำอเมซอนนั้นมี

แม่น้ำสาขามากถึง 1,100 สาขาไหลแยกตัวออกจากแม่น้ำสายหลัก ในช่วงฤดูฝนจะมีฝนตกหลัก

เฉลี่ยที่ 3 เมตรต่อปี มากที่สุดที่เคยวัดได้คือ 6 เมตร และในช่วงฤดูฝนจะมีน้ำหลากซึ่งมีปริมาณ

น้ำมหาศาลบางพื้นที่ของลุ่มแม่น้ำที่อยู่ต่ำกว่าจะเกิดน้ำท่วมเกิดเนื้อที่ราว 90,000 – 100,000

ตารางกิโลเมตรต่อปี ซึ่งเนื้อที่มีขนาดเท่ากับเกาะอังกฤษเลยทีเดียว ปริมาณน้ำมหาศาลนี้วัด

เป็นสัดส่วน 1 ใน 5 ของน้ำจืดบนโลกเลยทีเดียว แม่น้ำอเมซอนเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตทั้งสัตว์

บก สัตว์น้ำ รวมถึงมนุษย์ที่อาศัยในแถบลุ่มน้ำอเมซอน โดยเฉพาะชนเผ่าพื้นเมืองของลุ่มน้ำอเม

ซอนที่ใช้แม่น้ำอเมซอนในการเลี้ยงชีพหาปลาและการสัญจร แม่น้ำอเมซอนตั้งอยู่ในพื้นที่ของ

แอ่งอเมซอนที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลทำให้ในช่วงที่น้ำลงและเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติคือ

คลื่นที่ปากแม่น้ำอเมซอน จากการที่น้ำลดระดับลงและน้ำในมหาสมุทรไหลเข้าไป

อเมซอน ป่าดิบชื้นที่กว้างใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดในโลก

หากจะกล่าวถึงป่าดิบชื้นหรือป่าฝนเขตร้อนที่มีชื่อเสียงแล้ว อเมซอน จัดว่าเป็นป่าที่มีผู้คนรู้จัก

มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ป่าอเมซอนเป็นป่าดิบชื้นกว้างใหญ่ซึ่งเป็นจุดของแอ่งอเมซอน

ขนาดใหญ่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาใต้เป็นป่าไม้เขตร้อนที่มีขนาดใหญ่มาก

กินพื้นที่ของทวีปราว 5 ล้านตารางกิโลเมตรซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าประเทศไทยราว 5 เท่า

ครอบคลุมพื้นที่ดินแดน 9 ประเทศของทวีปอเมริกาใต้ ป่าอเมซอนครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่กว่า

60% ตั้งอยู่ในพื้นที่ของประเทศบราซิล ป่าอเมซอนนั้นเป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างมาก

และมีแม่น้ำสายสำคัญไหลผ่านคือ แม่น้ำอเมซอน ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของโลก

ป่าอเมซอนนั้นนับว่าเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตของสัตว์ต่างๆมากมาย มีการคาดการณ์ว่าสัตว์หลายสายพันธุ์ทั่วโลกอาศัยอยู่ในป่าแห่งนี้ พื้นที่กว้างของป่าอเมซอนจึงจัดว่าเป็นป่าดิบชื้นหรือป่า

เขตร้อนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ป่าอเมซอนนั้นไม่ได้ถือกำเนิดมาไม่กี่หมื่นปี แต่ทางนัก

วิทยาศาสตร์นั้นพบว่าป่าดงดิบอย่างอเมซอนนั้นถือกำเนิดมาราว 100 ล้านปีมาแล้วซึ่งในปัจจับั

นยังมีการค้นพบพรรณไม้อายุยาวนานที่ยังคงแพร่หลายในป่าอเมซอน นอกจากนี้ภายในป่าอเม

ซอนยังมีพรรณไม้เฉพาะที่สามารถพบได้ในพื้นที่ป่าแห่งนี้เท่านั้นในโลก ป่าอเมซอนมีขนาด

อเมซอน

อเมซอน

กว้างมากโดยในปัจจุบันยังไม่สามารถสำรวจได้ทั้งหมดทำให้ป่าอเมซอนจัดว่าเป็นป่าดงดิบที่

เป็นทั้งความลึกลับน่าค้นหา และเป็นแหล่งตามตำนานความเชื่อของชนเผ่าโบราณในพื้นที่ของ

ป่า ป่าไม้ของป่าอเมซอนนั้นค่อนข้างหนาทึบมากซึ่งได้รับแสงแดดเพียงหนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่านั้น

เนื่องด้วยพื้นที่ของป่าอเมซอนนั้นตั้งอยู่ในแอ่งขนาดใหญ่ซึ่งเป็นแอ่งที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล

นั่นทำให้ป่าอเมซอนนั้นมีปริมาณน้ำตลอดปี รวมถึงแม่น้ำใต้ดินที่ชื่อว่า แม่น้ำริโอแฮมซ่า ที่มี

ความกว้างกว่าแม่น้ำอเมซอนหลายเท่านั่นทำให้พื้นที่ป่าอเมซอนนั้นไม่เคยแห้งแล้งเลย พื้นที่

ป่าอเมซอนจัดว่ามีพรรณไม้ ป่าไม้ นานาชนิดกว่าพันสายพันธุ์ที่มีอยู่ในพื้นที่ป่านี้ ซึ่งมีความ

หลากหลายทางชีวะวิทยาชั้นยอดเป็นแหล่งศึกษาของนักชีวะวิทยาที่เดินทางมายังป่านี้เพื่อ

ศึกษาพรรณไม้มาศึกษายาสมุนไพรมาใช้รักษาโรค นอกจากนี้ภายในป่าอเมซอนยังมีสัตว์นานา

ชนิดที่กว่า 70 % บนโลกอาศัยอยู่ในป่าแห่งนี้จัดว่ามีความหลากหลายของเหล่าสัตว์บก สัตว์น้ำ

สัตว์เลื้อยคลานต่างๆที่อาศัยอยู่ในป่านี้ นอกจากนี้รวมไปถึงชนเผ่าพื้นเมืองกว่าร้อยชนเผ่าที่

อาศัยอยู่ในป่าลึกของอเมซอน

ทะเลทรายอาตากามา ทะเลทรายแปลกตาแห่งทวีปอเมริกาใต้

ทะเลทรายอาตากามา ทวีปอเมริกาใต้นอกจากมีเทือกเขาและพื้นที่ป่าดิบชื้นแล้วในพื้นที่ของทวีปยังมีทะเลทราย

ขนาดใหญ่ชื่อว่า ทะเลทรายอาตากามา เป็นทะเลทรายขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ตอนใต้ของ

ประเทศเปรูไปจนถึงพื้นที่ตอนเหนือประเทศชิลี มีเนื้อที่ประมาณ 180,000 ตารางกิโลเมตร และ

มีระยะทางระหว่างเปรูและชิลีราว 960 กิโลเมตร และมีความสูงจากระดับน้ำทะเลราว 600 เมตร

ทะเลทรายแห่งนี้จัดว่าเป็นทะเลทรายแห่งเดียวของทวีปอเมริกาใต้ตั้งอยู่ทางตะวันตกของทวีป

อเมริกาใต้ โดยทะเลทรายประกอบด้วยหินทรายและเป็นพื้นที่ราบกว้างมีเนินเขาสูง ทะเลทราย

แห่งนี้ไม่มีพืชพรรณขึ้นเลยเนื่องจากดินในบริเวณนั้นมีลักษณะเป็นดินเค็มที่แห้งแล้งไม่สามารถ

ปลูกพืชพรรณใดหรือมีพืชขึ้นได้เลย นอกจากนี้พื้นที่ดังกล่าวยังมีปริมาณน้ำฝนที่น้อยมากโดย

ปริมาณที่ 1 มิลลิเมตรต่อปีเท่านั้นจัดว่าเป็นทะเลทรายที่แห้งแล้งที่สุดในโลก พื้นที่ส่วนใหญ่

ของทะเลทรายอาตากามา แม้ว่าจะเป็นทะเลทรายที่แห้งแล้งและมีดินเค็มแต่ภายในอุดมไปด้วย

แร่งธาตุธรรมชาติจำนวนมากเช่น ไนเตรต ทองแดง ไอโอดีน และบอแรกซ์ ซึ่งจัดว่ามีความอุดม

สมบูรณ์อย่างมากจนทำให้พื้นที่แห่งนี้เกิดข้อพิพากและสงครามระหว่างโบลีเวียและชิลีจากการ

แย่งชิงแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์ในพื้นที่ของ ทะเลทรายอาตากามา ซึ่งแต่เดิมพื้นที่ทะเลทรายอาตา

ทะเลทรายอาตากามา

ทะเลทรายอาตากามา

กามาถูกภายใต้การปกครองของโบลิเวีย จนกระทั่งเกิดสงครามระหว่างสองประเทศขึ้นซึ่งทัพ

ของชิลีเป็นฝ่ายกำชัยชนะ ทำให้ทัพของโบลีเวียต้องถอยร่นจนทำพื้นที่ทะเลทรายนี้ตกอยู่ใน

ความปกครองของชิลีในที่สุด สงครามในครั้งนั้นถูกเรียกว่าสงครามแปซิฟิก แม้ว่าพื้นที่ของ

ทะเลทรายอาตากามาจะเป็นสถานที่สุดแห้งแล้งแต่ก็ยังมีเมืองที่ตั้งอยู่ในเขตทะเลทรายแห่งนี้

คือ เมืองกาลามา ซึ่งเป็นเมืองที่แห้งแล้งที่สุดในโลก ลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศของ

ทะเลทรายอาตากามานั้นส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นแอ่งดินและพื้นทรายที่ราบเรียบ บางจุดมี

ลักษณะเป็นที่ราบสูงทอดยาวสุดลูกหูลูกตา รวมถึงพื้นที่ของทะเลทรายแห่งนี้ยังเชื่อมต่อกับ

เทือกเขาแอนดีสอีกด้วย นอกจากนี้ทะเลทรายยังจัดว่าเป็นที่ที่มีฝนตกน้อยมากโดยวัดปริมาณ

น้ำตกเฉลี่ยที่ 1 มิลลิเมตรต่อปีเท่านั้นและบางจุดของทะเลทรายไม่เคยมีฝนตกเลยในระยะเวลา

400 ปีที่ผ่านมา พื้นที่ของทะเลทรายบางจุดเต็มไปด้วยแอ่งหินแข็งที่มีความแห้งแล้งและมี

ความร้อนระอุที่สุดและมีแอ่งเกลือที่กว้างใหญ่มากและมีจุดที่เป็นกระแสลาวาเนื่องจากพื้นที่นั้น

มีการปะทุของภูเขาไฟ ปัจจัยที่ทำให้ทะเลทรายแห่งนี้มีความแห้งแล้งที่สุดคือพื้นที่ของทะเล

ทรายถูกกั้นด้วยเทือกเขาทำให้ไม่มีลมและฝนสามารถผ่านมาได้ และในบริเวณนี้ตั้งอยู่ในเขตที่

ไม่มีพายุเขตร้อนพัดผ่านและทำให้ความร้อนสะสมกันที่ทรายนั่นเอง

เทือกเขาแอนดีส เทือกเขาที่ยาวที่สุดในโลก

เทือกเขาแอนดีส ในทวีปอเมริกาใต้แม้ว่าเป็นทวีปที่ประกอบด้วยป่าดิบชื้นแล้วก็ยังมีเทือกเขาสูงที่เกิดขึ้นในทวีป

แห่งนี้นั่นคือ เทือกเขาแอนดีส เทือกเขาที่ทอดยาวตั้งอยู่ทางตะวันตกของทวีปเรียบไปตาม

ชายฝั่งของมหาสมุทรแอตแลนติกเป็นเทือกเขาที่มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์อย่างมาก

เทือกเขาแอนดีส เป็นเทือกเขาที่มีชื่อเสียงที่สุดในทวีปอเมริกาใต้เป็นเทือกเขาที่มีแนวยาว

เลียบตามพื้นที่ของทวีปประมาณ 7,200 กิโลเมตร ถูกจัดว่าเป็นเทือกเขาที่ยาวที่สุดในโลก ซึ่ง

เทือกเขาส่วนใหญ่มีระดับความสูงราว 6,000 เมตร ซึ่งยอดสูงที่สุดคือ ยอดเขาอากอนกากวา

สูง 6,962 เมตร นอกจากนี้บริเวณเทือกเขายังมีภูเขาไฟต่างๆจำนวนหลายลูกขึ้นถูกแถบนั้น

เนื่องจากว่าเทือกเขาแอนดีสถือกำเนิดขึ้นโดยการที่แผ่นเปลือกโลก 2 แผ่นปะทะกันเป็นเวลา

หลายล้านปีจากการที่แผ่นเปลือกโลกอเมริกาใต้กดทับแผ่นเปลือกโลกนาซกาทำให้แผ่นดิน

เกิดการดันตัวสูงขึ้นกลายเป็นเทือกเขาในที่สุด ซึ่งเขตเทือกเขาที่มีภูเขาไฟซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ยัง

ไม่ดับและมีความสูงราว 5,000 เมตรขึ้นไป เทือกเขาแอนดีสครอบคลุมพื้นที่ของประเทศ 6

ประเทศ คือ โคลัมเบีย เอกวาดอร์ เปรู โบลิเวีย อาร์เจนตินา และชิลี ภูมิประเทศของเทือกเขา

แอนดีสนั้นประกอบด้วยหุบเขาสูงและหน้าผาซึ่งเป็นหน้าผาหินแกรนิต บนยอดเขามีหิมะปกคลุม

ตลอดปีและมีพื้นที่ของที่ราบสูงในประเทศโบลิเวียคือ ที่ราบสูงโบลิเวียซึ่งชาวโบลีเวียเรียกว่า

อัลติพลาโน ซึ่งที่ราบสูงนั้นประกอบด้วยพื้นที่ราบที่เป็นหินแข็ง นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ของ

เทือกเขาแอนดีส

เทือกเขาแอนดีส

ทะเลสาบธรรมชาติบริเวณเทือกเขาที่สวยงามโดยทะเลสาบแห่งนี้ชื่อว่า ทะเลสาบติติกากา เป็น

ทะเลสาบน้ำจืด ซึ่งเป็นทะเลสาบที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลราว 3,810 เมตร ตั้งอยู่ในเขต

พรมแดนระหว่างเปรูและโบลิเวีย ซึ่งทะเลสาบแห่งนี้จัดว่าเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่

ที่สุดในทวีปโดยน้ำจืดนั้นมาจากหิมะที่ละลายลงมาบนยอดเขาทะเลสาบนี้มีเนื้อที่ราว 8,372

ตารางกิโลเมตร นอกจากนี้บริเวณที่ราบสูงโบลิเวียยังเป็นพื้นที่ตั้งของกรุงลาปาซ เมืองหลวง

ประเทศโบลิเวียที่อยู่สูงราว 3,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล นอกจากนี้เทือกเขาแอนดิสยัง

เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำอเมซอน แม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของโลกอีกด้วย สำหรับที่ราบสูงยังมี

อีกแห่งหนึ่งคือ ที่ราบสูงปาตาโกเนีย ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ของอาณาจักรจักรวรรดิอินคา ชนเผ่าพื้น

เมืองซึ่งมีโบราณสถานตั้งอยู่อย่างมาชูปิกชู มหานครอันรุ่งเรืองของจักรวรรดิอินคาเป็นมหานคร

ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่เขาสูง ในแถบเทือกเขาแอนดีสแม้ว่าจะเป็นเทือกเขาสูงแต่ก็มีความ

หลากหลายทางธรรมชาติที่แตกต่างจะเทือกเขาอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี พืช พรรณไม้

บนเขาสูง และเหล่าสัตว์ต่างๆเช่น ลามะ, อัลปากา, วิกุนยา, กัวนาโค, วิสกาชา หรือแร้งคอนดอร์

และวิถีชีวิตของชาวท้องถิ่นที่สมบูรณ์