พาตาโกเนีย ดินแดนสวรรค์ทุ่งธารน้ำแข็งแห่งอเมริกาใต้

พาตาโกเนีย ทวีปอเมริกาใต้ ส่วนใหญ่มีธรรมชาติที่มากมายแน่นอนว่าแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงาม

อย่างเช่น พาตาโกเนีย เป็นชื่อของภูมิภาคหนึ่งตั้งอยู่ทางใต้สุดของทวีปอเมริกาใต้ครอบคลุม

พื้นที่ของประเทศอาร์เจนตินาและชิลีมรพื้นที่เริ่มต้นจากเทือกเขาแอนดีสจรดกับมหาสมุทร

แปซิฟิกตอนใต้ และมีแม่น้ำโคโลราโดไหลผ่านไปจรดกับมหาสมุทรแอตแลนติกใต้อีกทอดหนึ่ง

พาตาโกเนียจัดว่าเป็นดินแดนที่สวยงามอย่างมากพื้นที่ของภูมิประเทศมีลักษณะคล้ายกับอลา

สก้าหรือพื้นที่ราบตอนเหนือของยุโรป คำว่าพาตาโกเนียเป็นชื่อตั้งมาจากชนเผ่าพื้นเมืองชาวปา

ตากอน ตั้งโดยคณะเดินทางที่สำรวจพื้นที่ของอเมริกาใต้ตอนใต้สุด พาตาโกเนียมีภูมิประเทศ

แบบเทือกเขาสูง ทะเลสาบน้ำแข็ง พื้นที่ราบเชิงเขาและชายฝั่งของทะเลตอนใต้ซึ่งมีต้นไม้และ

พื้นเขตหนาวขึ้นจำนวนมาก นอกจากนี้บางช่วงยังมีธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ซึ่งขึ้นอยู่อย่างเป็นทุ่ง

กว้างใหญ่มากนับว่าเป็นดินแดนสวรรค์แห่งอเมริกาใต้ซึ่งประกอบด้วยธรรมชาติที่หลากหลายซึ่ง

เป็นที่ชื่นชอบของนักผจญภัยที่มายังดินแดนแห่งนี้ พาตาโกเนียมีพื้นที่ราว 1.43 ล้านตาราง

กิโลเมตรมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญมากมายไม่ว่าจะเป็น ธารน้ำแข็งเปอริโต โมเร

โน เป็นธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ซึ่งมีความอลังการอย่างมากโดยจัดว่าเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่เป็น

อันดับ 3 ของโลกเลยทีเดียวก้อนน้ำแข็งมหึมานี้มีขนาด 30 กิโลเมตร สูง 60 เมตรและมีเนื้อที่

น้ำแข็งอยู่ใต้น้ำอีกกว่า 100 เมตร ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถชมได้ในระยะใกล้ นอกจากความงาม

ของธารน้ำแข็งนี้แล้วยังมีกิจกรรมอีกเช่น การชมธารน้ำแข็งละลายในช่วงฤดูร้อนซึ่งก้อนน้ำแข็ง

จะถล่มลงทะเลจะเกิดคลื่นขนาดใหญ่สร้างความตื่นเต้นไม่น้อย

พาตาโกเนีย

พาตาโกเนีย

นอกจากตื่นตื่นใจจากธารน้ำแข็งขนาดใหญ่แล้ว ภูมิภาคของพาตาโกเนียก็ไม่ได้ประกอบด้วย

ทุ่งน้ำแข็งเสมอไปบางแห่งของพาตาโกเนียอย่างประกอบด้วยพื้นที่ราบเขตหนาวอบอุ่นซึ่งมี

ธรรมชาติของป่าไม้และพรรณไม้ที่สวยงามโดยพื้นที่ป่าส่วนใหญ่จะเป็นป่าไม้สนเขตหนาว

อบอุ่นบางพื้นที่มีทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ บริเวณเทือกเขาแอนดีสมีทะลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่มีน้ำ

ใสสีน้ำเงินสวยงามมาก กิจกรรมอย่างหนึ่งของนักท่องเที่ยวคือการล่องเรือชมธรรมชาติและสัตว์

ป่า รวมถึงชมวิถีชีวิตของแมวน้ำ ฝูงนกเพนกวินริมทะเลสาบกูเตียเรซทะเลสาบที่มีความสวยงาม

อันดับต้นๆของทวีปอเมริกาซึ่งมีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาชมความงามและสูดอากาศอัน

บริสุทธิ์ริมทะเลสาบเยี่ยมชมดอกไม้เมืองหนาว และจุดเด่นของทะเลสาบแห่งนี้คือมีเกาะเล็กๆ

กลางทะเลสาบซึ่งมีลักษณะเป็นเกาะรูปหัวใจซึ่งนับว่ามีความสวยงามตามที่ธรรมชาติสร้างสรรค์

ขึ้นมาให้เราได้เยี่ยมชม

แม่น้ำอเมซอน แม่น้ำที่หล่อเลี้ยงประชาชนของทวีปอเมริกาใต้

แม่น้ำอเมซอน เป็นชื่อของแม่น้ำที่ยาวที่สุดในทวีปอเมริกาใต้และมีความยาวเป็นอันดับสองของ

โลกมีความยาว 6,250 กิโลเมตรรองจากแม่น้ำไนล์ ในทวีปแอฟริกา นอกจากความยาวเป็น

อันดับสองแล้วแม่น้ำอเมซอนยังมีปากแม่น้ำที่กว้างที่สุดในโลกด้วยโดยมีความกว้างประมาณ

320 กิโลเมตร แม่น้ำอเมซอนมีถิ่นกำเนิดจากประเทศเปรูซึ่งน้ำไหลมาจากเทือกเขาแอนดีส

โดยแม่น้ำครอบคลุมพื้นที่ 4 ประเทศของอเมริกาใต้ ได้แก่ บราซิล, เปรู, โบลิเวีย, โคลัมเบีย ซึ่ง

น้ำมีปริมาณน้ำหลายล้านลูกบาศก์เมตร แม่น้ำอเมซอนจัดว่าเป็นแม่น้ำที่มีปริมาณน้ำตลอดปีทั้ง

น้ำจากฝนตกจากพายุเขตร้อนและน้ำจากเทือกเขาแอนดีส ทำให้แม่น้ำอเมซอนเป็นแม่น้ำที่มี

ปริมาณมากที่สุดในโลก โดยปริมาณน้ำไหลออกไปยังมหาสมุทรแอตแลนติกราว 45 – 50 ล้าน

แกลลอนต่อวินาทีในช่วงฤดูฝนนับว่าเป็นปริมาณน้ำที่มหาศาลมาก แม่น้ำอเมซอนนั้นมีความ

แม่น้ำอเมซอน

แม่น้ำอเมซอน

สำคัญต่อระบบนิเวศอย่างมากเป็นแม่น้ำสายสำคัญของพื้นที่ทวีปอเมริกาใต้ที่หล่อเลี้ยงทุกชีวิต

ในเขตลุ่มน้ำ แม่น้ำไหลผาดผ่านพื้นที่ของป่าอเมซอนที่ค่อนข้างสมบูรณ์อย่างมาก นอกจากนี้

แล้วแม่น้ำอเมซอนนั้นยังมีส่วนของแม่น้ำสาขาหลายสายที่ไหลแยกออกจากตัวของแม่น้ำหลาก

และคดเคี้ยวไปตามพื้นที่ป่าอเมซอนที่กว้างใหญ่ ซึ่งถ้าหากว่ามองจากมุมสูงจะเห็นว่าป่าอเม

ซอนรายล้อมไปด้วยแม่น้ำอเมซอนมองดูเหมือนป่ากำลังลอยอยู่เหนือน้ำ แม่น้ำอเมซอนมีความ

ยาวมากซึ่งในปัจจบันยังไม่มีการสำรวจได้ทั่วถึงและแม่น้ำยังเป็นที่อาศัยของสัตว์น้ำที่มีความ

หลากหลายมากที่สุดในโลกซึ่งกว่า 3,000 สายพันธุ์อาศัยอยู่ในแม่น้ำแห่งนี้ แม่น้ำอเมซอนนั้นมี

แม่น้ำสาขามากถึง 1,100 สาขาไหลแยกตัวออกจากแม่น้ำสายหลัก ในช่วงฤดูฝนจะมีฝนตกหลัก

เฉลี่ยที่ 3 เมตรต่อปี มากที่สุดที่เคยวัดได้คือ 6 เมตร และในช่วงฤดูฝนจะมีน้ำหลากซึ่งมีปริมาณ

น้ำมหาศาลบางพื้นที่ของลุ่มแม่น้ำที่อยู่ต่ำกว่าจะเกิดน้ำท่วมเกิดเนื้อที่ราว 90,000 – 100,000

ตารางกิโลเมตรต่อปี ซึ่งเนื้อที่มีขนาดเท่ากับเกาะอังกฤษเลยทีเดียว ปริมาณน้ำมหาศาลนี้วัด

เป็นสัดส่วน 1 ใน 5 ของน้ำจืดบนโลกเลยทีเดียว แม่น้ำอเมซอนเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตทั้งสัตว์

บก สัตว์น้ำ รวมถึงมนุษย์ที่อาศัยในแถบลุ่มน้ำอเมซอน โดยเฉพาะชนเผ่าพื้นเมืองของลุ่มน้ำอเม

ซอนที่ใช้แม่น้ำอเมซอนในการเลี้ยงชีพหาปลาและการสัญจร แม่น้ำอเมซอนตั้งอยู่ในพื้นที่ของ

แอ่งอเมซอนที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลทำให้ในช่วงที่น้ำลงและเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติคือ

คลื่นที่ปากแม่น้ำอเมซอน จากการที่น้ำลดระดับลงและน้ำในมหาสมุทรไหลเข้าไป

ทะเลทรายอาตากามา ทะเลทรายแปลกตาแห่งทวีปอเมริกาใต้

ทะเลทรายอาตากามา ทวีปอเมริกาใต้นอกจากมีเทือกเขาและพื้นที่ป่าดิบชื้นแล้วในพื้นที่ของทวีปยังมีทะเลทราย

ขนาดใหญ่ชื่อว่า ทะเลทรายอาตากามา เป็นทะเลทรายขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ตอนใต้ของ

ประเทศเปรูไปจนถึงพื้นที่ตอนเหนือประเทศชิลี มีเนื้อที่ประมาณ 180,000 ตารางกิโลเมตร และ

มีระยะทางระหว่างเปรูและชิลีราว 960 กิโลเมตร และมีความสูงจากระดับน้ำทะเลราว 600 เมตร

ทะเลทรายแห่งนี้จัดว่าเป็นทะเลทรายแห่งเดียวของทวีปอเมริกาใต้ตั้งอยู่ทางตะวันตกของทวีป

อเมริกาใต้ โดยทะเลทรายประกอบด้วยหินทรายและเป็นพื้นที่ราบกว้างมีเนินเขาสูง ทะเลทราย

แห่งนี้ไม่มีพืชพรรณขึ้นเลยเนื่องจากดินในบริเวณนั้นมีลักษณะเป็นดินเค็มที่แห้งแล้งไม่สามารถ

ปลูกพืชพรรณใดหรือมีพืชขึ้นได้เลย นอกจากนี้พื้นที่ดังกล่าวยังมีปริมาณน้ำฝนที่น้อยมากโดย

ปริมาณที่ 1 มิลลิเมตรต่อปีเท่านั้นจัดว่าเป็นทะเลทรายที่แห้งแล้งที่สุดในโลก พื้นที่ส่วนใหญ่

ของทะเลทรายอาตากามา แม้ว่าจะเป็นทะเลทรายที่แห้งแล้งและมีดินเค็มแต่ภายในอุดมไปด้วย

แร่งธาตุธรรมชาติจำนวนมากเช่น ไนเตรต ทองแดง ไอโอดีน และบอแรกซ์ ซึ่งจัดว่ามีความอุดม

สมบูรณ์อย่างมากจนทำให้พื้นที่แห่งนี้เกิดข้อพิพากและสงครามระหว่างโบลีเวียและชิลีจากการ

แย่งชิงแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์ในพื้นที่ของ ทะเลทรายอาตากามา ซึ่งแต่เดิมพื้นที่ทะเลทรายอาตา

ทะเลทรายอาตากามา

ทะเลทรายอาตากามา

กามาถูกภายใต้การปกครองของโบลิเวีย จนกระทั่งเกิดสงครามระหว่างสองประเทศขึ้นซึ่งทัพ

ของชิลีเป็นฝ่ายกำชัยชนะ ทำให้ทัพของโบลีเวียต้องถอยร่นจนทำพื้นที่ทะเลทรายนี้ตกอยู่ใน

ความปกครองของชิลีในที่สุด สงครามในครั้งนั้นถูกเรียกว่าสงครามแปซิฟิก แม้ว่าพื้นที่ของ

ทะเลทรายอาตากามาจะเป็นสถานที่สุดแห้งแล้งแต่ก็ยังมีเมืองที่ตั้งอยู่ในเขตทะเลทรายแห่งนี้

คือ เมืองกาลามา ซึ่งเป็นเมืองที่แห้งแล้งที่สุดในโลก ลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศของ

ทะเลทรายอาตากามานั้นส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นแอ่งดินและพื้นทรายที่ราบเรียบ บางจุดมี

ลักษณะเป็นที่ราบสูงทอดยาวสุดลูกหูลูกตา รวมถึงพื้นที่ของทะเลทรายแห่งนี้ยังเชื่อมต่อกับ

เทือกเขาแอนดีสอีกด้วย นอกจากนี้ทะเลทรายยังจัดว่าเป็นที่ที่มีฝนตกน้อยมากโดยวัดปริมาณ

น้ำตกเฉลี่ยที่ 1 มิลลิเมตรต่อปีเท่านั้นและบางจุดของทะเลทรายไม่เคยมีฝนตกเลยในระยะเวลา

400 ปีที่ผ่านมา พื้นที่ของทะเลทรายบางจุดเต็มไปด้วยแอ่งหินแข็งที่มีความแห้งแล้งและมี

ความร้อนระอุที่สุดและมีแอ่งเกลือที่กว้างใหญ่มากและมีจุดที่เป็นกระแสลาวาเนื่องจากพื้นที่นั้น

มีการปะทุของภูเขาไฟ ปัจจัยที่ทำให้ทะเลทรายแห่งนี้มีความแห้งแล้งที่สุดคือพื้นที่ของทะเล

ทรายถูกกั้นด้วยเทือกเขาทำให้ไม่มีลมและฝนสามารถผ่านมาได้ และในบริเวณนี้ตั้งอยู่ในเขตที่

ไม่มีพายุเขตร้อนพัดผ่านและทำให้ความร้อนสะสมกันที่ทรายนั่นเอง